<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" version="2.0"><channel><title><![CDATA[พบผู้โจมตีใช้ LLM Agent ช่วยเจาะระบบผ่านช่องโหว่ Marimo CVE-2026-39987]]></title><description><![CDATA[<p dir="auto">ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ข่าวสารภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบรายงานผู้โจมตีใช้ Large Language Model Agent หรือ LLM Agent เพื่อช่วยดำเนินการหลังจากเจาะระบบผ่านช่องโหว่ใน Marimo ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับสร้าง Python Notebook และ Interactive Application โดยรายงานระบุว่าผู้โจมตีได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ CVE-2026-39987 เพื่อเข้าถึง Marimo instance ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต จากนั้นใช้ LLM Agent ช่วยดำเนินกิจกรรมหลังการเจาะระบบ เช่น สำรวจสภาพแวดล้อม ค้นหาข้อมูลสำคัญ ขโมย Cloud Credentials ดึง SSH Private Key จาก AWS Secrets Manager และนำข้อมูลฐานข้อมูล PostgreSQL ออกไปจากระบบ จึงขอให้ผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน Marimo หรือบริการลักษณะเดียวกัน ตรวจสอบการตั้งค่าและอัปเดตระบบทันที[1]</p>
<ol>
<li>
<p dir="auto">รายละเอียดช่องโหว่[2]<br />
ช่องโหว่ CVE-2026-39987 ( มีคะแนน  cvss v 3.1 : 9.8 ) เป็นช่องโหว่ที่ส่งผลกระทบต่อ Marimo โดยผู้โจมตีสามารถใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ดังกล่าวเพื่อเข้าถึงระบบ Marimo ที่เปิดให้ใช้งานจากอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะระบบที่มีการตั้งค่าไม่ปลอดภัยหรือยังไม่ได้รับการอัปเดตแก้ไข หลังจากผู้โจมตีสามารถเข้าถึงระบบได้สำเร็จ พบว่าไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเข้าถึงเบื้องต้น แต่มีการใช้ LLM Agent เข้ามาช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของระบบ ค้นหาข้อมูลสำคัญ และเลือกใช้คำสั่งที่เหมาะสมสำหรับดำเนินการโจมตีต่อไป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI อาจถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในขั้นตอนหลังการเจาะระบบ โดยกิจกรรมที่พบ ได้แก่ การค้นหา Credentials ภายในระบบ การใช้ AWS Access Key เพื่อเรียกใช้งาน AWS API การเข้าถึง AWS Secrets Manager เพื่อดึง SSH Private Key รวมถึงการนำข้อมูลจากฐานข้อมูล PostgreSQL ออกไปภายนอกระบบ</p>
</li>
<li>
<p dir="auto">ระบบที่อาจได้รับผลกระทบ[3]<br />
2.1 Marimo เวอร์ชัน 0.20.4 และต่ำกว่า<br />
2.2 Marimo instance ที่เปิดให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะการใช้งานแบบ editable notebook<br />
2.3 ระบบที่เปิดใช้งาน Marimo ด้วย --host 0.0.0.0 ในโหมด edit และไม่มีการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสม<br />
2.4 ระบบที่ใช้การยืนยันตัวตนภายในของ Marimo เพียงอย่างเดียว โดยไม่มี authentication proxy หรือ network access control เพิ่มเติม<br />
2.5 ระบบที่มีการจัดเก็บ Cloud Credentials, AWS Access Key, SSH Key หรือ Secret ต่าง ๆ ไว้ในสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงได้จากแอปพลิเคชัน<br />
2.6 ระบบ Cloud ที่มีการกำหนดสิทธิ์ IAM กว้างเกินความจำเป็น<br />
2.7 ระบบ Notebook หรือ Development Environment ที่เปิดใช้งานแบบ Public โดยไม่มีการควบคุมการเข้าถึงที่เหมาะสม</p>
</li>
<li>
<p dir="auto">แนวทางการแก้ไข<br />
3.1 อัปเดต Marimo เป็นเวอร์ชัน 0.23.0 หรือใหม่กว่า ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่มีการแก้ไขช่องโหว่ดังกล่าวแล้ว<br />
3.2 ตรวจสอบว่าไม่มี Marimo instance หรือบริการ Notebook ที่เปิดสู่ Public Internet โดยไม่จำเป็น<br />
3.3 จำกัดการเข้าถึงระบบผ่าน VPN, Internal Network, Authentication Proxy หรือ IP Address ที่เชื่อถือได้เท่านั้น<br />
3.4 ตรวจสอบและหมุนเวียน Cloud Credentials, AWS Access Key, SSH Key และ Secret ที่อาจถูกเข้าถึง<br />
3.5 ตรวจสอบ AWS CloudTrail, Secrets Manager Access Log และ Log ที่เกี่ยวข้อง เพื่อค้นหาการเข้าถึงที่ผิดปกติ<br />
3.6 ปรับสิทธิ์ IAM ให้เป็นไปตามหลัก Least Privilege โดยให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็นต่อการใช้งาน<br />
3.7 ตรวจสอบฐานข้อมูล PostgreSQL และระบบจัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ ว่ามีการเข้าถึงหรือถ่ายโอนข้อมูลผิดปกติหรือไม่</p>
</li>
<li>
<p dir="auto">มาตรการชั่วคราวหากยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันที<br />
4.1 ปิดการเข้าถึง Marimo จากอินเทอร์เน็ตภายนอกชั่วคราว<br />
4.2 จำกัดการเข้าถึงเฉพาะเครือข่ายภายใน, VPN หรือ IP Address ที่เชื่อถือได้<br />
4.3 ปิดหรือจำกัดการใช้งาน Terminal WebSocket หากไม่จำเป็นต่อการใช้งาน<br />
4.4 เพิกถอนหรือเปลี่ยน Cloud Credentials, AWS Access Key, SSH Key และ Secret ที่อาจเกี่ยวข้องทันที<br />
4.5 ตรวจสอบ Secret ที่จัดเก็บในระบบ Cloud และยกเลิก Secret ที่ไม่จำเป็น<br />
4.6 เพิ่มการเฝ้าระวัง Log ของระบบ Cloud, Notebook Server, WebSocket และฐานข้อมูล<br />
4.7 สำรองข้อมูลสำคัญ และตรวจสอบความถูกต้องของ Backup<br />
<img src="/assets/uploads/files/1780391485064-llm-agent.jpg" alt="LLM Agent.jpg" class=" img-fluid img-markdown" /><br />
แหล่งอ้างอิง<br />
[1] <a href="https://dg.th/rxg573pjsm" target="_blank" rel="noopener noreferrer nofollow ugc">https://dg.th/rxg573pjsm</a><br />
[2] <a href="https://dg.th/quln4dzmwx" target="_blank" rel="noopener noreferrer nofollow ugc">https://dg.th/quln4dzmwx</a><br />
[3] <a href="https://dg.th/s3b1ocmf7v" target="_blank" rel="noopener noreferrer nofollow ugc">https://dg.th/s3b1ocmf7v</a></p>
</li>
</ol>
]]></description><link>https://webboard-nsoc.ncsa.or.th/topic/2939/พบผ-โจมต-ใช-llm-agent-ช-วยเจาะระบบผ-านช-องโหว-marimo-cve-2026-39987</link><generator>RSS for Node</generator><lastBuildDate>Tue, 02 Jun 2026 11:40:17 GMT</lastBuildDate><atom:link href="https://webboard-nsoc.ncsa.or.th/topic/2939.rss" rel="self" type="application/rss+xml"/><pubDate>Tue, 02 Jun 2026 09:11:27 GMT</pubDate><ttl>60</ttl></channel></rss>