Microsoft ออกอัปเดตแก้ไขปัญหา Outlook Classic ขัดข้องจาก Teams Meeting Add-in
-
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ กรณี Microsoft แจ้งเตือนผู้ดูแลระบบ IT และผู้ใช้งานองค์กร ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหา Outlook Classic ขัดข้องเนื่องจากส่วนเสริม Teams Meeting ที่เกิดจากความไม่เข้ากันของตัวโปรแกรม Outlook รุ่นก่อนหน้ากับส่วนเสริมของระบบ [1]
-
กลุ่มอุปกรณ์ที่เข้าข่ายได้รับผลกระทบ
1.1 โปรแกรม Outlook Classic ที่อยู่ใน Current Channel เวอร์ชัน 2402 (รุ่น 17328.20142) หรือต่ำกว่า
1.2 อุปกรณ์ที่มีการเปิดใช้งานร่วมกับ Microsoft Teams Meeting Add-in เวอร์ชันใหม่ล่าสุด รุ่น 1.26.02603 -
รูปแบบพฤติกรรมการโจมตี
เมื่อโปรแกรม Outlook แบบคลาสสิกรุ่นเก่าพยายามทำงานร่วมกับ Teams Meeting Add-in เวอร์ชันใหม่ล่าสุด จะส่งผลให้ระบบทำงานผิดพลาดและเกิดการขัดข้อง (Crash) ผู้ใช้งานจะไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชันอีเมลได้ตามปกติ และระบบจะบังคับแสดงหน้าต่างแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ต้องเริ่มการทำงานใหม่ผ่านโหมดปลอดภัย (Safe Mode) ซึ่งส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการทำงาน -
การแก้ไขช่องโหว่ / รายละเอียดการอัปเดต
ปัจจุบัน Microsoft ได้รับทราบและดำเนินการแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว [2] โดยผู้พัฒนาได้อัปเดตตัวแก้ไขปัญหาของ Microsoft Teams เป็นเวอร์ชัน 26058.712.4527.9297 -
แนวทางการปฏิบัติสำหรับผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบ
4.1 การแก้ไขแบบถาวร ผู้ดูแลระบบควรแจ้งหรือดำเนินการอัปเดตไคลเอ็นต์ Outlook แบบคลาสสิกของผู้ใช้งานให้เป็นเวอร์ชันอัปเดตล่าสุด
4.2 การแก้ไขปัญหาชั่วคราว (Workaround) สำหรับผู้ใช้ที่ยังจำเป็นต้องใช้งาน Office รุ่นเก่า สามารถตั้งค่าปิดการใช้งาน Add-in ที่มีปัญหาชั่วคราวได้ตามขั้นตอนดังนี้
• เปิด Outlook ใน Safe Mode โดยกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้เมื่อเริ่มเปิดแอปพลิเคชัน (หรือใช้วิธีค้นหาคำสั่งเปิด Outlook ใน Safe Mode ของระบบ)
• ไปที่เมนู File > Options > Add-ins > เลือก Go
• ในหน้าต่าง COM Add-ins ให้ยกเลิกการเลือกเครื่องหมายถูก (Uncheck) ที่หัวข้อ Microsoft Teams Meeting Add-in for Microsoft Office จากนั้นคลิก OK
• รีสตาร์ท (Restart) โปรแกรม Outlook เพื่อกลับเข้าสู่การใช้งานตามปกติ
#CyberSecurity #ITAdmin #Microsoft365 #OutlookClassic #MicrosoftTeams #TechNews #ITSupport #TechUpdate
แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/6f2nrlh3ak
[2] https://dg.th/k1db7oxc95
-