
สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 
Forum wide moderators

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 
Vulnerabilities
Malware
Breaches/Hacks/Leaks
General News
อ้างอิง
Electronic Transactions Development Agency (ETDA) 
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และพบประกาศด้านความปลอดภัยจาก Cyber Security Agency of Singapore (CSA) เกี่ยวกับช่องโหว่ร้ายแรง CVE-2025-34291 ใน Langflow ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มสำหรับสร้างและใช้งาน AI-powered agents และ workflows โดย CSA ระบุว่าช่องโหว่นี้ถูกค้นพบตั้งแต่เดือนธันวาคม 2025 และขณะนี้มีการนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน Langflow เวอร์ชันที่ได้รับผลกระทบควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยทันที [1]
รายละเอียดช่องโหว่
CVE-2025-34291 - Langflow Origin Validation Error Vulnerability / Account Takeover and Remote Code Execution (RCE) (CVSS v3.1: 8.8 )[2] ช่องโหว่นี้เกิดจากข้อผิดพลาดด้านการตรวจสอบ Origin รวมถึงการตั้งค่า CORS ที่เปิดกว้างเกินไป เช่น การอนุญาต allow_origins='*' พร้อมกับ allow_credentials=True ร่วมกับ refresh token cookie ที่กำหนดเป็น SameSite=None ทำให้เว็บไซต์ที่ผู้โจมตีควบคุมสามารถส่งคำขอข้าม Origin พร้อมข้อมูลรับรองของผู้ใช้งานได้ในบางเงื่อนไข หากโจมตีสำเร็จ ผู้ไม่หวังดีอาจได้รับ access token / refresh token ของ session ผู้ใช้งาน และนำ token ดังกล่าวไปเข้าถึง endpoint ที่ต้องยืนยันตัวตน รวมถึงฟังก์ชันที่เกี่ยวข้องกับการรันโค้ดใน Langflow ส่งผลให้สามารถสั่งรันโค้ดยึดครองบัญชีผู้ใช้งาน และอาจนำไปสู่การยึดครองระบบได้ทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลกระทบ[3]
Langflow เวอร์ชัน 1.6.9 และเวอร์ชันก่อนหน้า
แนวทางการแก้ไข
3.1 ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบที่ใช้งาน Langflow เวอร์ชัน 1.6.9 หรือต่ำกว่า ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดโดยทันที ตามคำแนะนำของ CSA
3.2 ตรวจสอบระบบที่ติดตั้ง Langflow ทั้งหมด โดยเฉพาะระบบที่เปิดให้เข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือระบบที่มีผู้ใช้งานหลายบัญชี
3.3 หลังอัปเดต ควรตรวจสอบการตั้งค่า CORS และการจัดการ cookie/session ให้สอดคล้องกับแนวทางความปลอดภัย โดยหลีกเลี่ยงการอนุญาต Origin แบบกว้างเกินความจำเป็น
3.4 พิจารณาเพิกถอนหรือหมุนเวียน token, API key, credential, secret และค่าเชื่อมต่อสำคัญที่จัดเก็บหรือใช้งานผ่าน Langflow หากสงสัยว่าระบบเคยถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
แนวทางลดความเสี่ยง
4.1 จำกัดการเข้าถึง Langflow จากอินเทอร์เน็ตเท่าที่จำเป็น และควรให้เข้าถึงผ่าน VPN, Zero Trust Access, reverse proxy หรือเครือข่ายภายในที่ควบคุมได้
4.2 ตรวจสอบ log และพฤติกรรมผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับการขอ refresh token, การใช้งาน session ที่ผิดปกติ, การเรียกใช้งาน endpoint สำคัญ และการรันโค้ดภายใน Langflow
4.3 ตรวจสอบบัญชีผู้ใช้งานใน Langflow ว่ามีการสร้างบัญชีใหม่ เปลี่ยนสิทธิ์ หรือมี activity ที่ไม่สอดคล้องกับการใช้งานปกติหรือไม่
4.4 หากยังไม่สามารถอัปเดตได้ทันที ให้จำกัดสิทธิ์การใช้งาน Langflow เฉพาะผู้ใช้ที่จำเป็น ปิดการเข้าถึงจากเครือข่ายภายนอก และเพิ่มการตรวจจับผ่าน WAF / reverse proxy / SIEM
4.5 แจ้งเตือนผู้ใช้งานไม่ให้เปิดลิงก์หรือเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือในขณะที่ยังมี session ใช้งาน Langflow อยู่ เนื่องจากลักษณะช่องโหว่เกี่ยวข้องกับการส่งคำขอข้าม Origin ผ่าน browser session ของผู้ใช้งาน
4.6 ผู้ดูแลระบบควรติดตามประกาศจาก CSA, GitHub Advisory, NVD และผู้พัฒนา Langflow อย่างใกล้ชิด เพื่อรับทราบคำแนะนำด้านแพตช์และมาตรการบรรเทาผลกระทบล่าสุด

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/bdesg19iwx
[2] https://dg.th/x4f3ez7wdb
[3] https://dg.th/qi4hezjfgo

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 

สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 
ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) ได้ติดตามสถานการณ์ข่าวสารภัยคุกคามทางไซเบอร์ พบรายงานผู้ไม่หวังดีกำลังใช้ช่องโหว่ระดับวิกฤต หมายเลข CVE-2026-41089 ใน Windows Netlogon ทำการโจมตีระบบอย่างต่อเนื่อง (Active Exploitation) เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงขั้นสูง เนื่องจากผู้โจมตีสามารถยึดครองระบบ Active Directory ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องมีรหัสผ่าน ผลกระทบโดยตรงจะเกิดกับทุกองค์กรที่มีการใช้งาน Windows Server เป็น Domain Controller และยังไม่ได้ทำการอัปเดตแพตช์รักษาความปลอดภัย [1]
ทั้งนี้ หน่วยงานสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://dg.th/x7al8id2ft
พฤติกรรมการโจมตี
ผู้โจมตีสามารถเจาะระบบได้โดยการส่งคำขอเครือข่ายที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นพิเศษ (Specially Crafted Network Request)ไปยังบริการ Netlogon บนระบบ Windows Server ที่ทำหน้าที่เป็น Domain Controller เพื่อกระตุ้นให้เกิดข้อผิดพลาดในการประมวลผลข้อมูล ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ประเภท Buffer Overflow ภายในหน่วยความจำของระบบ โดยไม่ต้องใช้บัญชีผู้ใช้งานหรือสิทธิ์การเข้าถึงใด ๆ ภายในระบบ หากเจาะระบบสำเร็จ ผู้โจมตีจะสามารถสั่งรันโค้ดอัตรายที่สร้างขึ้นเอง (Arbitrary Code Execution) ด้วยสิทธิ์ของระบบบน Domain Controller ส่งผลให้สามารถเข้าควบคุมโดเมน ยกระดับสิทธิ์บัญชีผู้ใช้งาน ขโมยหรือทำลายข้อมูลสำคัญ รวมถึงสามารถติดตั้งมัลแวร์ เพื่อขยายผลการโจมตีไปยังระบบอื่น ๆ ภายในเครือข่ายขององค์กรได้
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
3.1 ผู้โจมตีสามารถรันคำสั่งหรือโปรแกรมบนเครื่อง Domain Controller ได้
3.2 ได้รับสิทธิ์ระดับ SYSTEM ซึ่งเป็นสิทธิ์สูงสุดของระบบปฏิบัติการ Windows Server
3.3 เข้าถึง แก้ไข หรือทำลายข้อมูลสำคัญขององค์กร
3.4 ยึดครอง Active Directory และบัญชีผู้ใช้งานภายในโดเมน
3.5 ติดตั้งมัลแวร์ หรือ Backdoor เพิ่มเติม
แนวทางการป้องกันและลดความเสี่ยง
4.1 ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยจาก Microsoft
4.2 ตรวจสอบ Domain Controller ภายในองค์กร
4.3 จำกัดการเข้าถึงบริการ Netlogon
5.มาตรการชั่วคราวหากยังไม่สามารถแก้ไขได้ทันที
5.1 จำกัดการเข้าถึง Domain Controller เช่น ปิดกั้นการเข้าถึงจากเครือข่ายที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นต้น
5.2 แยก Domain Controller ออกจากเครือข่ายผู้ใช้งานทั่วไป
5.3 จำกัดการสื่อสารระหว่าง VLAN หรือ Security Zone เฉพาะที่จำเป็น
5.4 จำกัดและตรวจสอบบัญชีสิทธิ์สูง เช่น ลดจำนวนผู้ใช้งานที่มีสิทธิ์ระดับสูงให้น้อยที่สุด, เปิดใช้งาน Multi-Factor Authentication (MFA) เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง
[1] https://dg.th/h6439ag50y
[2] https://dg.th/e7op9w6z8k
Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ได้เผยแพร่คำแนะนำเกี่ยวกับระบบควบคุมอุตสาหกรรม (ICS) จำนวน 11 รายการ เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ข้อมูลที่ทันเวลาเกี่ยวกับประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย ช่องโหว่ และการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับระบบ ICS โดยมีรายละเอียดดังนี้
CISA แนะนำให้ผู้ใช้งานและผู้ดูแลระบบ ตรวจสอบคำแนะนำ ICS ที่เผยแพร่ล่าสุด เพื่อศึกษารายละเอียดทางเทคนิคและแนวทางการลดความเสี่ยง (mitigations)
เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 Cybersecurity and Infrastructure Security Agency (CISA) ได้เพิ่มช่องโหว่ใหม่ 1 รายการลงในแคตตาล็อก Known Exploited Vulnerabilities (KEV) จากหลักฐานที่พบว่ามีการโจมตีใช้งานจริงแล้ว มีรายละเอียดดังนี้
ทาง CISA จะปรับปรุงและเพิ่มช่องโหว่ใหม่เข้าสู่แคตตาล็อก KEV อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครอบคลุมความเสี่ยงที่ตรวจพบจริงในปัจจุบันและอนาคต
อ้างอิง
https://www.cisa.gov/news-events/alerts/2026/06/01/cisa-adds-one-known-exploited-vulnerability-catalog
สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ webboard หรือ Facebook NCSA Thailand 